จะได้ไม่ลืมเธอ..

posted on 09 Aug 2009 23:21 by pim2tana  in 2009-Now

 

 

ศิลปิน : เบิร์ด ธงไชย
เพลง : จะได้ไม่ลืมกัน
ฟังเพลง Code เพลง ดู MV Code MV

เนื้อเพลง จะได้ไม่ลืมกัน
เบิร์ด ธงชัย แมคอินไตย์ - จะได้ไม่ลืมกัน
เนื้อร้อง สีฟ้า
ทำนอง วัฒนกร ศรีวัง

ไกลสุดฟ้า ก็ไม่สามารถกั้นเรา
แค่ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ
แต่การ…ได้รักเธอ นั่นคือของสำคัญกว่า
และมันมีค่ามากเกินกว่าสิ่งไหนไหน

ฉันขอสัญญา… จะจำทุกเรื่องราว
ไม่ว่าร้ายหรือดี สุขหรือทุกข์ใจ
ฉันจะทบทวน เรื่องราวของเธอตลอดไป
เผื่อวันสุดท้ายที่ฉันหายใจ…จะได้ไม่ลืมเธอ

ปลายขอบฟ้า กับระเบียงที่เราเคย
นั่งมองท้องฟ้าด้วยกัน
ต้นไม้…ต้นนั้น จะดูแลรักษามัน
แทนความคิดถึง เมื่อเธอไม่อยู่ตรงนี้

ฉันขอสัญญา จะจำทุกเรื่องราว
ไม่ว่าร้ายหรือดี สุขหรือทุกข์ใจ
ฉันจะทบทวน เรื่องราวของเธอตลอดไป
จะจำเธอไว้ และรักเธอไป…อย่างนี้

โปรดจงมั่นใจ ฉันขอสัญญา… จะจำทุกเรื่องราว
ไม่ว่าร้ายหรือดี สุขหรือทุกข์ใจ
ฉันจะทบทวน เรื่องราวของเธอตลอดไป
เผื่อวันสุดท้ายที่ฉันหายใจ…จะได้ไม่ลืมเธอ
จะได้ไม่ลืมเธอ..

 

....

 วันนี้มีหลายเรื่องเกิดขึ้น...

แต่เพราะชีวิตไม่ซับซ้อนเท่าไหร่

เลยเห็นกระจ่างใจ-กระจ่างตา

...

ก็แค่ยังรัก..เท่านั้นเอง

...

วันนี้ตอนตัดรากสีชมพูของม่านบาหลีหน้าบ้าน..

แวบหนึ่งนึกถึงเจ้าของต้นไม้...

พรุ่งนี้...

ถ้าเป็นไปได้...

อยากให้เจ้าของต้นไม้ยังนั่งอยู่ด้วยกัน

ที่ตรงนี้..

ชื่นชมความสำเร็จอีกก้าวด้วยกัน..

...

พรุ่งนี้..

oom จะมาถ่ายรูปที่ร้าน

ลงในหนังสือเล่มใหม่

...

ไม่รู้สินะ..

สำหรับคนอื่นอาจมองว่า

ก็งั้นๆ..

แต่สำหรับเรา..

เรารู้สึกว่า..เป็นอีกก้าวหนึ่งของเรา...

เรากำลังเดินทางไปในทิศทางที่เราเลือกและตั้งใจไว้

เป็นเครื่องการันตรีว่าที่ผ่านมา..

เราไม่ได้เลือกผิด..ตัดสินใจผิด..พยายามในสิ่งที่ผิด

ยังมีคนมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราก่อร่างสร้างมา

...

เราตั้งใจที่จะเป็นแม่ค้าขายขนมปัง

อาจดูเป็นความตั้งใจที่แปลกๆ

แต่..มันคือความฝันที่เราใช้หล่อเลี้ยงชีวิตก่อนหน้านี้..

สักวันหนึ่งเราจะไปอยู่เชียงใหม่

มีบ้าน..มีร้านขายขนมปัง-กาแฟ-หนังสือ อยู่ที่เดียวกัน

 ...

10 ปีเป็นเวลาที่ใช้

ในการเตรียมชีวิต

ทุกครั้ง..

ที่ถามไนน์ว่า..

แกรักฉันไหม..

ไนน์จะตอบทุกครั้งว่า..

"อีกสิบปี"

...

ดังนั้น..

นั้นอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง

ที่เจ้าของต้นม่านบาหลี..ไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ในวันพรุ่งนี้

รวมกับเหตุผลที่เค้าไม่อยากอยู่ที่ตรงนี้ตั้งแต่ต้นแล้ว

ผลลัพธ์คือ ...

...

พรุ่งนี้..

ใต้ต้นไม้ที่เรารัก...ต้นนี้..

จะมีแค่เราคนเดียว..

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..

ดีหรือร้าย..

สุขหรือทุกข์..

เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้..

ด้วยตัวของเราเอง..

...

แล้วทุกเรื่องก็จะผ่านไป..

...

ขอบคุณที่เคยอยู่ตรงนี้..

เป็นกำลังใจให้กันมา..

...

สัญญาว่า..จะไม่ลืม..

 ...

 

 

 

กลับมาแย๊ว..

posted on 08 Aug 2009 00:50 by pim2tana  in 2009-Now

กล่าวคือหายไปนาน..

มุดหัวอยู่ในจอมา..(ทำงาน)

ต้องปิดร้านไป หกสัปดาห์..

...

ขอโทษจริงๆ..นะจ๊ะลูกค้าทุกคน

คือตอนกลางวันเราเปิดร้านขายกาแฟ

พอกลางคืนก็ทำงานจนฟ้าสาง

เข้านอน ตื่น เปิดร้านเที่ยง..

แล้วก็งานมันเยอะมากๆ

ประมาณ..

 เช้าวันหนึ่ง..

เรากำลังอาบน้ำจะสระผม..

เราเทแชมพูสระผมเสร็จ(หนึ่งฝ่ามือ)

แล้วเอาโป๊ะที่หน้า(สมองสั่งการณ์ผิด..คิดว่าเป็นโฟมล้างหน้า)

ไม่พอหลังจากล้างฟองออกจากหน้าหมด

(แทบหมดลมหายใจ..ถ้านึกสภาพไม่ออกลองทำดู..)

หยิบโฟมล้างหน้าปีบใส่แปรงสีฟัน...แล้วยัดใส่ปาก..

เซ็งสุดด...ไม่รู้จะกรี๊ดกะใครดี..

....เลยตัดสินใจ..

ปิดร้านกาแฟก่อนแล้วกันนะ

เอางานตรงหน้าก่อน

ตอนนี้งานก็ซาลงแล้ว...

แต่ก็นอนดึกเหมือนเดิม..

....

เปิดมา สามวันแล้วจ้า

เราให้อภัยตัวเราเองแล้ว

เหลือแต่คุณลูกค้า..ว่าจะให้อภัยเราหรือเปล่า..

....

มีลูกค้าบางคนบอกว่า..

มีรีวิวในพันธ์ทิพย์ว่า..

ร้านเราหยิ่งเปิดๆปิดๆ..

จริงๆแล้ว..มันเปิดไม่ไหวจริงๆ

ไม่ได้หยิ่งเล้ยยย..

....

ว่างก็แวะมานะจ๊ะ จะรอ..

....

 

 

 

 

 

 

เมื่อวานก่อน

เพิ่งคุยกันไป...

...

ซีนประมาณ...ม้านั่งหน้าตึกภาคคณิตศาสตร์..

กำลังรอเข้าเรียน(sit in) เรื่อง ความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข ของ อ.นที 

(เราเองก็ไปเรียนแบบมีเงื่อนไข..)

...

กำลังนั่งมองแสงที่ส่องผ่านใบไม้ฝั่งตรงข้าม..เพลินๆ

ลมก็พัดเย็นซำบาย..

..

โทรศัพท์ก็ดัง..ไม่รู้ว่าใคร..เพราะเครื่องนี้เวลาสายเข้าหน้าจอมันมืดสนิท

..

เนื้อหา

ประมาณ

น้องยินดีกับพี่ชายจริงๆ

ที่มีคนดูแล...

และหวังว่าจะพาพี่ผู้หญิงแวะมาเยี่ยม

อีกทั้งอย่างลืมของชำร่วย

..โอ่งมังกรราชบุรี..

เสียดาย..คำสัญญาเก่าๆ

ใครแต่งงานต้องจัดโต๊ะจีนส่วนตัวหนึ่งโต๊ะ..

ให้พี่-น้องกินสบายๆคนเดียว

ไม่ต้องแย่งใครกิน

(เสียดายโต๊ะจีน!!!!)

...เขียนให้ซึ้งหน่อยดิ..

..

แต่เราไม่ได้ไป..

กลัวว่าตาแป๋วๆของเราจะเผลอทำเจ้าบ่าวลำบากใจ

(ไม่เก่งจริงเหมือนปาก..)

...

ความจริงมีอยู่ว่า

1.อยากไป

2.ดีใจด้วยจริงๆ

3.ระหว่างเรากับพี่คงไม่มีอะไรที่จะทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจได้ เพราะเราคุยกันเข้าใจดีแล้ว

4.แต่เราไม่แน่ใจ แม่พี่ สายตาเพื่อนพี่ เดี๋ยวเราจะไปทำงานกร่อย

5.เดี๋ยวหน้าหนาวพี่ปุ๊ค่อยพากันมาเที่ยวแล้วกัน..เราจะรอตอนฮับอยู่ทางนี้

6.ข้อสุดท้าย..เหตุผลสำคัญ..

ก็พี่ปุ๊เป็นคนสำคัญขนาดนี้...เราจะใส่ซองให้เท่าไหร่ดี

ประเมินค่ามิได้..เลยไม่ให้..ไม่ไป..ไม่ลำบากใจ..ไม่เปลื่องตังค์ 

อ๊าววว..ไหงเขียนงั้นอ่ะ..จากใจจริงๆ..

Be on the level จ้า

....

ความจริงจะให้เข้ากับบรรยายกาศการแต่งของพี่เค้า

เราควรปิดเอนทรีนี้ไปเลย..จะได้ดูผิดหวังเสียใจ

ดูเรียกคะแนนสงสารมากหน่อย

แต่..พอย้อนไปอ่านดู..

เราว่ามันเหมือน..breadcrumb ของชีวิตเรานะ..

เผอิญเราไม่ใช่ผู้หญิงที่จะนั่งเสียใจซ้ำซาก หรือโทษตัวเอง

หรือเรียกร้องจะเอา จะได้ จะมี อะไรๆหรือใครๆ..จากใคร

..

ใครบางคนบอกเราว่า..

มีใครอีกคนหนึ่งเข้าใจเราผิด

แต่เราคงไม่ไปแก้ไขอะไร..

เพราะเราคิดว่าถ้าเค้าใช้ศาลเตี้ย

อาศัยเพียงคำพูดคนอื่นเป่าหู..

..ตัดสินเราไปแล้ว..

ก็คงไม่มีค่าพอที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดใดๆ..

ให้เป็นความถูกต้อง..

...

อวาทของท่านธมมวิตก ท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต วัดเทพศิรินทราวาส
...
เห็นเสือหมอบ อย่าเชื่อ ว่าเสือไหว้

เผลอเมื่อไหร่ เสือกิน สิ้นทั้งขน

เป็นคนต้อง เกรงเยงยำ น้ำใจคน

เขาถ่อมตน อย่าเหมา ว่าเขากลัว

เขาไม่สู้ อย่าเหมา ว่าเขาแพ้

คชสีห์แท้ หรือจะสู้ หมูชั่ว

วางตนสม คมประจักษ์ ในฝักตัว

ชาติชนชั่ว ลบหลู่ อย่าสู้มัน

เมื่อน้ำไหว ไหลเชี่ยว เป็นเกลียวกล้า

เอานาวา ขวางไว้ ภัยมหันต์

เรื่องของคน ปนยุ่ง นังนุงครัน

ต้องปล่อยมัน เป็นไป ใจสบาย

อวดฉลาด พูดออก บอกว่าโง่

ฟังเขาโอ้ อวดอ้าง อย่าขวางเขา

ขัดคอเขา เขาโกรธ พิโรธเรา

เป็นเรื่องเร่า ร้อนใจ ไม่เป็นการ

ใครมีปาก อยากพูด ก็พูดไป

เรื่องอะไร ก็ช่าง อย่าฟังขาน

เราอย่าต่อ ก่อก้าว ให้ร้าวราว

ความรำคาญ ก็จะหาย สบายใจ
...

มหาดเล็กต้นห้อง ร.6

 

 

 

 

 

 

 

หมดแรงโม้..

posted on 17 Jun 2009 23:39 by pim2tana  in 2009-Now

และแล้วก็ป่วยจริงๆ...

เป็นหวัดจนได้..

แล้วร้านก็ปิดอีกวัน...

โดยมีเรานั่งขอโทษลูกค้าที่มาหน้าบ้าน..พร้อมกับกองทิชชู..

น้องๆบอกว่าทันสมัยนะเนี๊ย..H1N1.. กะเค้าหรือเปล่า

เราว่าคงไม่..เพราะอาการแค่ตัวร้อนนิดหน่อย เวียนหัวเวลาลุกนั่ง

คาดว่าเป็นเพราะนอนน้อย+อากาศเปลี่ยน+เกเร

ข้อสุดท้ายหนักสุด..พอออกอาการ เกเร..

สมองส่วนกลางจะสั่งงานให้ร่างกายต้องการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทันที

...

วันนี้แวะมาเล่าที่มาของ owen family

...

เริ่มจากหลงรักหมาบางแก้วเพราะอ่านหนังสือของ มล.คึกฤทธิ์

ประมาณ หม่อมรักมาก ถึงกับเอามันนอนด้วย

ตอนอ่านก็คิดนะ เอาหมานอนด้วย ไม่มีทางเสียหล่ะ

หลังจากเลื้ยงจึงรู้ว่า ลูกอ้อนหมาพันธุ์นี้ร้ายกาจนัก

เสร็จมันทุกราย..

เริ่มจาก นานา มาจากฟาร์มที่พิษณุโลก

ปกติจะต้องทำงานให้ มน.ทุกปี และเวลาจะกลับจะไปแวะไหว้พ่อเพื่อน

ประมาณว่าแวะไปขอส้มโอ อะไรประมาณนั้น ปีนั้นพ่อเพื่อนเลยให้ลูกหมาตัวเมียมาหนึ่งตัว

ด้วยประโยคที่ว่า..

"เอามันไปเถอะ พ่อให้เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนชีวิต

ตัวมันแกร่นพ่อเอาไปปล่อยก็ไม่ได้ราคา ชอบมานานแล้วไม่ใช่รึ "

กลับมาถึงบ้าน..จำได้ว่า ไนน์บอกว่า.."ใครเอาก็ต้องเลี้ยงเอง ตัวใครตัวมัน"

ตั้งชื่อว่า นานา เพราะคิดถึงเพื่อนอีกคนหนึ่ง ที่ทำหายไประหว่างทางเดินของชีวิต

(รักมาก เลยเอามาตั้งชื่อหมา..ถ้าเพื่อนรู้มันจะดีใจไหม๊เนี๊ย ! )

なな nana นานะ ... ไนน์บอกว่า แปลว่า 7 เป็นเลขนำโชคของเรา (หนึ่งในกระบวน 729)

อันนี้รูปนานา..คนสวย..ตอน 4 เดือน สังเกตตัวเทียบกับหนังสือการ์ตูน

กระจิ๋วเดียว น่ารักน่าชัง

 

วันนี้ไปนอนก่อนนะจ๊ะ

หมดแรงโม้ พรุ่งนี้ว่ากันใหม่

จบดื้อๆ..

 

edit @ 18 Jun 2009 00:58:20 by PimToTana

หมาพูดได้..

posted on 16 Jun 2009 21:10 by pim2tana  in 2009-Now

วันนี้เกเร..ไม่เปิดร้าน

เพราะ

1.น้ำปะปาไม่ไหล

2.พอน้ำไหล ไฟฟ้าดับ

3.เซ็ง..เลยเดินไป 7/11 เจอป้ายร้านกาแฟข้างๆ ประกาศเซ้งร้าน เลย เศร้า..ไปอีกร้านแล้ว

4.ฝนตก..หนักตลอดบ่าย ...เลยประคองอารมณ์หม่นหมองไว้ นั่งทำงาน..โคตรง่วง..

5.เลยแอบงีบ..

6.เลยไม่เปิดร้านซะงั้น

....

จน ห้าโมงเย็น Owen family ส่งเสียงสนั่นบ้าน ปลุกจนตื่น

เดินลงไป เจอกับภาพ V1 กระโดดเหยียบหัวงูที่กำลังแผ่แม่เบี้ย แล้วงับที่คอ พร้อมๆกับ Noah กระโดดกัดที่กลางตัวของงู..หางงูตะหวัดรัดคอ Noah ..nana ก็วิ่งเข้าไปช่วยลูกๆ สู้กับงู

ตกใจมาก มากจนร้องไม่ออก

หันไปมองหน้า Owen  ที่นั่งอารักษ์ขาอยู่ข้างๆ (แอบกระซิบว่า ลูกชายเรียบจบหลักสูตร K9 มา)

มันม่ายทำอะไรเลย..นิ่งสนิท..

ราวกับจะเชื่อมั่นว่า..หนูๆทำได้ พ่อจะเป็นกำลังใจอยู่ตรงนี้

เลยได้สติว่า ...

ตรูเลี้ยงบางแก้วเพื่อการณ์นี้นี่น่า..ปกป้องทรัพย์สิน และชีวิตเจ้าของ

ที่สำคัญ หมาพันธุ์นี้สู้กับงูได้..

ตอน Owen เล็กๆ ก็จับอะไรต่อมิอะไรมาให้หน้าห้องนอนประจำ..

...

เราต้องสงบไว้ เหมือนที่เว่นมันทำ ลูกๆมันจะได้มีกำลังใจ..

ตั้งสติ..หาไม้ยาวๆ ไว้เขี่ยงูให้พ้นรัศมีฉก ดีกว่า..

...

แต่ที่กำลังเ่ห็นเนี๊ย..

ดูจะเป็นงูเห่า ขนาดเท่าท่อน้ำปะปา..3 หุน

เลยพยายามใช้เข่าดันหลัง Owen

...ไปช่วยลูกหน่อยเร็ว..

พ่อที่ดี ยังนั่งนิ่ง..นิ่งสงบ...

แอบหันมาสบตาเล็กๆ..

สื่อความหมายออกมาว่า..

.."เว่นกลัวครับแม่"

...พร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิดหนึ่ง

..

เวรรรร...นึกว่าจะให้ลูกฝึกภาคสนาม...ที่แท้นั่งกลัวอยู่นี่เอง

เอาไงดีเนี๊ย..

หันกลับไป..

งูคอแห่วงเรียบร้อย..

มี V1 กับ Noah นั่งเลียบขาหน้าอยู่ข้างๆ ซากงู..

..

Mission Complete !

..

เลยโทรตามแฟนพี่ที่เย็บผ้าหน้าบ้าน..มาเอาซากงูไป

เพราะดูจะตัวใหญ่ และชาวบ้านคงจะเอาไปทำกับข้าวได้

ตอนที่พี่เค้าเข้ามา..เค้าถามว่าใครจับงูได้ ใช่หมาตัวที่เป็นพ่อหรือเปล่า

บอกไปว่าลูกมัน...จับได้..ยังจำหน้าพี่เค้า..

กะประโยคที่ว่า "แต๊ๆก๋าา" ได้เลย

เพราะงูตัวใหญ่มาก...เจ้าตัวเล็กสองตัวใจเพชรมาก..

แล้วที่เห็นวิธีจู่โจม..โคตรฉลาด มีทีมเวิร์คที่ดีสุดๆ

คาดว่าจะได้รับการเสี่ยมสอนมาจาก นานา 

แม่ผู้ไม่ผ่านสถาบันใดๆ ไร้โอกาสทางการศึกษา เพราะเป็นหญิง

แต่ทว่ามีชาติตระกูลดี เลือดสีน้ำเงิน (บางแก้วสายเก่า เอาลูกปืนแลกมา)

...

ถ้าจะนับนี่เป็นครั้งที่สอง 

ที่นานาช่วยชีวิตเราไว้

ครั้งแรกจากคนที่จะมาปล้นร้านเช่าการ์ตูนที่กรุงเทพ

แล้วนานากระโดดข้ามเคาน์เตอร์

ชนผู้ชายคนนั้นล้มแล้วยืนทับบนหน้าอกกัดคนๆนั้น 

ผู้ชายคนนั้นยกแขนขึ้นกัน นานากัดแขนทั้งสองข้างเละ

เลือดกระจายเต็มร้าน เงินก็ปลิวว่อนเต็มไปหมด

ห้ามอย่างไรก็ไม่หยุด จนพี่วินมอเตอร์ไซค์ตรงข้ามร้านเข้ามาในร้าน

ถึงหยุดกัด แล้วถอยมานั่งข้างๆ ..จำได้ว่านั่งกอดนานาไว้..ตกใจมาก

สารภาพว่า...ถ้าไม่กอดนานาไว้..บางทีอาจร้องไห้ออกไปแล้ว

แต่ความรู้สึกตอนกอดนานา..คือเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก

ยังมีนานา..ที่จะอยู่กับเราเสมอ(ตอนนั้นเลี้ยงนานาตัวเดียว)

ตำรวจ..ใครต่อใครเข้ามาเยอะแยะ..

นานาก็ไม่มีท่าทีคุกคามใคร ยังกระดิกหางให้ทุกคน

ยังแอบงง..หมาเรากัดคนเป็นด้วยว่ะ

ขอบคุณย้อนหลังนะ นานา ที่อยู่ด้วยกันในวันนั้น

(และนี่อาจเป็นเหตุผลเวอร์ๆ ของเรา..

ที่เลี้ยงหมาประหนึ่งลูก ค่าอาหารต่อเดือนแพงกว่าค่าจ้างแม่บ้าน

และบอกใครต่อใครว่า..จะให้ทิ้งผู้ชายสักคนหน่ะ ทำได้ง่ายกว่าทิ้งหมาที่เลี้ยงเสียอีก)

...

แต่ที่จะจำไม่มีวันลืมเลย..

คือสายตาของ Owen ลูกชายสุดที่รัก..ในวันนี้

"เ่ว่นกลัวครับแม่"

....

มันสื่อออกมาอย่างงี้จริงๆ..

...

เฮ่อ..! กรรรรม..

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 16 Jun 2009 22:06:39 by PimToTana